คาร์บอนเครดิต กลไกสร้างโอกาสทางธุรกจทียั่งยืนและดีต่อโลก
ในยุคที่ภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ได้กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึง กันอย่างมากมาย ดังจะเห็นได้จากข้อมูลของ Harvard Business Review ทีได้อธิบายไว้ว่าองค์กรมากกว่าหนึ่งใน สามของบริษัทมหาชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเทียบแล้วมีอยู่ราว 2,000 แห่งได้ประกาศเป้าหมายการปล่อยก๊าซ สุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero Emission เพราะด้วยกลไกที่น่าสนใจของคาร์บอนเครดิตที่ไม่เพียงแค่ดีต่อ สิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งผลในเชิงบวกต่อการดำเนินธุรกิจ ภาพลักษณ์ขององค์กร และความมั่นคงในระยะยาว
คาร์บอนเครดิตคืออะไร ทําไมใครๆ ถึงให้ความสําคัญ
แม้ว่าคำว่า “คาร์บอนเครดิต” จะคล้ายกับศัพท์ทางเทคนิคที่ดูซับซ้อน แต่แท้จริงแล้วคาร์บอนเครดิตไม่ใช่เรื่อง ยากอย่างที่คิด โดยคาร์บอนเครดิตเปรียบเสมือนการอนุญาตให้องค์กรสามารถปล่อยคาร์บอนได้ตามปริมาณที่ กำหนด ดังนั้นจำนวนเครดิตที่ออกให้กับองค์กรจะแสดงถึงขีดจำกัดในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในทาง กลับกันหากองค์กรสามารถจำกัดการปล่อยก๊าซให้ต่ำกว่าค่าที่กำหนดเอาไว้ได้ องค์กรกจะมีคาร์บอนเครดิต ส่วนเกินซึ่งสามารถเก็บไว้เพื่อใช้ในอนาคต หรืออาจจะนําไปขายในตลาดคาร์บอนก็ได้เช่นกัน แต่มีข้อแม้ว่า คาร์บอนเครดิตเหล่านี้ต้องได้รับมาตรฐานการรบรองจากหน่วยงานต่างๆ อย่างถูกตองเสียก่อน โดยข้อมูลของ ศูนย์วิจัยกรุงศรี ได้อธิบายว่าในปัจจุบันคาร์บอนเครดิตจะมาจากโครงการ 2 ประเภทคือ
1. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission reduction / avoidance) โครงการนี้จะมุ่งเน้นการป้องกัน หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น โครงการพลังงานหมุนเวียน การปรับปรุงประสิทธิภาพ พลังงาน และโครงการริเริ่มการจัดการขยะเป็นต้น
2. การดูดกลับก๊าซเรือนกระจก (Removal หรือ nature-based sequestration) วิธีนี้จะแตกต่างจาก โครงการแรก เนื่องจากจะมุ่งเน้นไปที่การดูดจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศเป็น หลัก โครงการทีหลายองค์กรสามารถทําได้ เช่น การปลูกป่า หรือการทําโครงการที่มีสวนช่วยชดเชย การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ผู้ประกอบธุรกิจจะได้อะไรจากคาร์บอนเครดิต?
• เป็นมิตรกับสิงแวดล้อมและสร้างภาพลักษณ์องค์กรสีเขียว การมีคาร์บอนเครดิตจะช่วยเสริมความ น่าเชื่อถือให้กับองค์กร เพราะเป็นการแสดงถึงเจตจํานงและเป้าหมายขององค์กรในการมุ่งมั่นที่จะลด การปล่อยคาร์บอน ซึ่งถือเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยสิ่งเหล่านี้จะ ช่วยดึงดูดพันธมิตรทางธุรกิจที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน และถือเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระยะยาว อีกด้วย • เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ จากข้อมูลสถิติของ The roundup พบว่า ผู ้บริโภคกว่า 78% ใหความสำคัญกับ สินคาและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังพบว่าผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนก็มีส่วนแบ่งการเติบโต ของตลาด 32% และถือว่าเติบโตเร็วกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไปถึง 2.7 เท่า ดังนั้นการที่องค์กรมส่วนร่วมใน โครงการคาร์บอนเครดิตจึงถือเป็นการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ได้
• ประหยัดต้นทุน การลดการใช้พลังงานและทรัพยากรภายในองค์กรเพื่อบรรลุเป้าหมายคาร์บอนเครดิต ย่อมส่งผลต่อการลดต้นทุนการผลิตได้โดยตรง นอกจากนี้กรณีที่องค์กรมีคาร์บอนเครดิตเหลือจาก ปริมาณที่กำหนดก็สามารถนําคาร์บอนเครดิตไปขายหรือนําไปใช้เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานได้ ด้วย วิธีการนี้จะทําให้การบริหารจัดการทรัพยากรเป็นไปอยางมีประสทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันการจัดการคาร์บอนเครดิตดูแลโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกหรือ อบก. โดยมี ภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมโครงการ 10 สาขา ได้แก่ ปีโตรเคมี ปูนซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า เยื่อและกระดาษ อาหารและเครื่องดื่ม พลาสติก โรงกลั่นปีโตรเลียม แก้วและกระจก เซรามิก และสิ่งทอ โดยข้อมูลจากปี 2565 พบวามีคาร์บอนเครดิตทีได้รับการรับรอง 4.7 MtCO2e และมีปรมาณการซื้อขายอยู่ที่ 1.2 MtCO2e มีราคาซื้อ ขายเฉลี่ยอยู่ที่ 108 บาท/tCO2e ซึ่งแม้จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและความตระหนักรู ้ ในเรื่องสิ่งแวดล้อมจากภาคธุรกิ

จ
Kommentarer